เจ้าของธุรกิจหลายคนรู้ว่าเว็บตัวเองมีคนเข้ากี่คน แต่ไม่รู้ว่าคนค้นหาด้วยคำอะไรถึงเจอเว็บ หน้าไหนไม่ติด Google และทำไม คำตอบทั้งหมดนี้อยู่ใน Google Search Console เครื่องมือฟรีจาก Google ที่ทุกเว็บไซต์ธุรกิจควรเปิดใช้ตั้งแต่วันแรก
Search Console ต่างจาก Google Analytics อย่างไร
- Google Search Console ดูสิ่งที่เกิดขึ้น “ก่อน” คนเข้าเว็บ คือเว็บเราแสดงในผลค้นหากี่ครั้ง ด้วยคำค้นอะไร อยู่อันดับเท่าไร และมีคนกดกี่ครั้ง รวมถึงปัญหาที่ Google เจอตอนเก็บข้อมูลหน้าเว็บ
- Google Analytics ดูสิ่งที่เกิดขึ้น “หลัง” คนเข้าเว็บ คือเข้ามาจากไหน ดูหน้าไหน อยู่นานเท่าไร และจองหรือกรอกฟอร์มหรือไม่
สองเครื่องมือนี้ใช้คู่กัน แต่ถ้าเป้าหมายคือ SEO ให้เริ่มจาก Search Console ก่อน
1. เพิ่มเว็บไซต์และยืนยันความเป็นเจ้าของ
เข้า search.google.com/search-console ด้วยบัญชี Google ของบริษัท (ไม่ควรใช้บัญชีส่วนตัวของพนักงานหรือของคนทำเว็บ) แล้วเลือกประเภท Property ได้ 2 แบบ
- Domain: ครอบคลุมทุกแบบของโดเมน ทั้ง http, https, www และ subdomain ยืนยันโดยเพิ่มระเบียน TXT ที่ DNS ของโดเมน แนะนำแบบนี้เพราะเห็นข้อมูลครบที่สุด
- URL prefix: ครอบคลุมเฉพาะ URL ที่ขึ้นต้นตรงตามที่ใส่ เช่น https://www.example.com ยืนยันได้หลายวิธี เช่น อัปโหลดไฟล์ HTML ใส่ Meta tag หรือผ่าน Google Analytics เหมาะเมื่อเข้าถึง DNS ไม่ได้
2. ส่ง Sitemap
Sitemap คือไฟล์รายชื่อหน้าทั้งหมดในเว็บ ช่วยให้ Google ค้นพบหน้าใหม่ได้เร็วขึ้น ส่วนใหญ่อยู่ที่ /sitemap.xml ไปที่เมนู Sitemaps ใส่ที่อยู่ไฟล์แล้วกดส่ง จากนั้นกลับมาดูว่าสถานะเป็น “สำเร็จ” และจำนวนหน้าที่พบตรงกับจำนวนหน้าจริงของเว็บ เว็บที่ทำดีจะอัปเดต Sitemap ให้เองทุกครั้งที่มีหน้าใหม่
3. รายงาน Performance: คนค้นหาอะไรถึงเจอเรา
รายงานนี้คือหัวใจของ Search Console มีตัวเลข 4 ตัวที่ต้องเข้าใจ
- Clicks (คลิก): จำนวนครั้งที่คนกดจากผลค้นหาเข้าเว็บ
- Impressions (การแสดงผล): จำนวนครั้งที่เว็บเราแสดงในผลค้นหา
- CTR: สัดส่วนการคลิกต่อการแสดงผล
- Average position (อันดับเฉลี่ย): อันดับเฉลี่ยของเว็บเราในผลค้นหา
ดูแยกได้ตามคำค้น (Queries) หน้า (Pages) ประเทศ และอุปกรณ์ ธุรกิจท่องเที่ยวในกระบี่ควรดูแยกประเทศด้วย เพื่อรู้ว่าลูกค้าต่างชาติค้นหาด้วยคำอะไร
หาโอกาสจากรายงานนี้
- คำค้นที่มีการแสดงผลสูงแต่ CTR ต่ำ: เว็บเราขึ้นแล้วแต่คนไม่กด ให้เขียน Title และ Meta Description ของหน้านั้นใหม่ (ดูวิธีเขียน)
- คำค้นที่อยู่อันดับ 8–20: ใกล้หน้าแรกแล้ว ปรับเนื้อหาให้ตอบคำถามได้ครบขึ้น และเพิ่มลิงก์ภายในจากหน้าอื่นมาหา
- คำค้นที่ไม่คาดคิด: ถ้ามีคนค้นหาเรื่องที่เว็บยังไม่มีหน้ารองรับ นั่นคือหัวข้อบทความหรือหน้าบริการใหม่
4. รายงาน Page indexing: หน้าไหนไม่ติด Google และเพราะอะไร
รายงานนี้แบ่งหน้าเป็นหน้าที่ Google เก็บแล้ว (Indexed) และหน้าที่ยังไม่เก็บ พร้อมเหตุผล ไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกหน้าถูกเก็บ แต่ต้องแน่ใจว่าหน้าสำคัญอย่างหน้าห้องพัก หน้าทัวร์ และหน้าบริการ ไม่อยู่ในกลุ่มที่ไม่ถูกเก็บ สถานะที่พบบ่อยมีดังนี้
- Crawled – currently not indexed: Google เข้ามาอ่านแล้วแต่ยังไม่เก็บ มักเป็นเพราะเนื้อหาน้อยหรือซ้ำกับหน้าอื่น
- Discovered – currently not indexed: Google รู้ว่ามีหน้านี้แต่ยังไม่เข้ามาอ่าน อาจเพราะหน้านั้นไม่มีลิงก์ภายในมาหา หรือเซิร์ฟเวอร์ตอบช้า
- Excluded by ‘noindex’ tag: หน้านั้นสั่งไม่ให้เก็บ ถ้าเป็นหน้าสำคัญ แสดงว่าตั้งค่าผิด มักเกิดหลังย้ายเว็บจากเครื่องทดสอบ
- Not found (404): ลิงก์ชี้ไปหน้าที่ไม่มีอยู่แล้ว ถ้าเป็นหน้าเดิมที่ย้ายไป ให้ทำ Redirect 301 ไปหน้าใหม่
- Duplicate without user-selected canonical: มีหลายหน้าที่เนื้อหาเหมือนกัน ควรกำหนดหน้าหลักด้วยแท็ก canonical
5. URL Inspection: ตรวจทีละหน้า
วาง URL ในช่องค้นหาด้านบนของ Search Console เพื่อดูว่าหน้านั้นถูกเก็บแล้วหรือยัง Google เห็นหน้าเป็นแบบไหน และมีปัญหาอะไร เมื่อเพิ่งเผยแพร่หน้าใหม่หรือแก้หน้าสำคัญ กด Test live URL แล้วกด Request indexing เพื่อขอให้ Google เข้ามาอ่านเร็วขึ้น ไม่ต้องกดซ้ำหลายครั้ง เพราะไม่ได้ทำให้เร็วขึ้น
6. รายงานอื่นที่ควรเปิดดู
- Core Web Vitals: ความเร็วและการตอบสนองของหน้าเว็บจากผู้ใช้จริง แยกมือถือและคอมพิวเตอร์ ถ้าขึ้นสีแดง ดูวิธีแก้เว็บโหลดช้า
- HTTPS: หน้าที่ยังเปิดผ่าน http หรือมีปัญหาใบรับรอง SSL
- Security issues: เว็บถูกแฮ็กหรือมีมัลแวร์ ถ้ามีรายการในนี้ต้องแก้ทันที เพราะ Google อาจแสดงคำเตือนก่อนเข้าเว็บ
- Manual actions: เว็บโดนลงโทษโดยทีมงาน Google เช่น จากการซื้อลิงก์ ถ้าว่างอยู่คือปกติ
สิ่งที่ควรเช็กทุกเดือน
- เปิดรายงาน Performance เทียบ 28 วันล่าสุดกับช่วงก่อนหน้า ดูว่าคลิกและการแสดงผลขึ้นหรือลง
- ดู 10 คำค้นที่การแสดงผลสูงสุดแต่ CTR ต่ำ แล้วเลือกปรับ Title ของหน้าที่เกี่ยวข้อง
- ดูรายงาน Page indexing ว่ามีหน้าสำคัญหลุดออกไปหรือไม่
- ดูว่ามีรายการใน Security issues และ Manual actions หรือไม่
- ตรวจอีเมลแจ้งเตือนจาก Search Console ซึ่งจะส่งมาเมื่อพบปัญหาใหม่
Search Console บอกข้อมูลของผลค้นหาทั่วไป ส่วนข้อมูลการค้นหาใน Google Maps ดูได้จาก Google Business Profile (ดูวิธีทำ Local SEO) ถ้าเว็บมีหลายภาษา ดูเพิ่มเรื่อง SEO สำหรับเว็บไซต์หลายภาษา
ทุกเว็บที่เราทำ เราตั้งค่า Search Console ส่ง Sitemap และส่งมอบสิทธิ์ให้เจ้าของธุรกิจตั้งแต่วันเปิดเว็บ ดู บริการทำเว็บไซต์ หรือ ปรึกษาเราได้ฟรี
คำถามที่พบบ่อย
Google Search Console ต้องเสียเงินไหม
ไม่เสียเงิน ใช้งานได้ฟรีทุกฟีเจอร์ ต้องการเพียงบัญชี Google และสิทธิ์ยืนยันความเป็นเจ้าของเว็บไซต์
Search Console เก็บข้อมูลย้อนหลังได้นานแค่ไหน
รายงาน Performance เก็บข้อมูลย้อนหลังประมาณ 16 เดือน และเริ่มเก็บตั้งแต่วันที่เพิ่มเว็บเข้าไป จึงควรเพิ่มเว็บตั้งแต่เนิ่นๆ แม้ยังไม่ได้เริ่มทำ SEO จริงจัง
กด Request indexing แล้วต้องรอนานแค่ไหน
ส่วนใหญ่ไม่กี่วัน แต่บางครั้งอาจนานเป็นสัปดาห์ และ Google ไม่รับประกันว่าจะเก็บทุกหน้า ถ้ารอนานแล้วยังไม่ถูกเก็บ ให้ตรวจว่าหน้านั้นมีเนื้อหาเพียงพอและมีลิงก์ภายในจากหน้าอื่นมาหา



